ดวงดวงสด ดูดวงสดทางโทรศัพท์ สายสด พยากรณ์ ถาม - ตอบ ทุกปัญหาเรื่องดวง ให้คำปรึกษาทุกเรื่องตลอด 24 ชม. คลิ๊ก!
ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงไพ่ยิบซี ดูดวงฟรี ดวงวันนี้ ดูดวงแม่นๆ ที่ Thailandhoro

พุทธทำนาย ๑๖ ข้อ

จำนวนผู้เข้าชม 1,405 ครั้ง
พุทธทำนาย ๑๖ ข้อนี้ มีกล่าวใว้ในมหาสุบินชาดก (ขุททกนิกายเอกนิบาตชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙) ใจความได้พูดถึงการที่พระพุทธเจ้าพยากรณ์ความเป็นไปของโลกเอาใว้ล่วงหน้าตามความฝัน ๑๖ ข้อของพระเจ้าปเสนทิโกศล โดยมีเรื่องเล่าว่า


พุทธทำนาย ๑๖ ข้อ


สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ในราตรีหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาผู้เป็นใหญ่ในเมืองสาวัตถี ได้บรรทมหลับและสุบินนิมิตเห็นเรื่องแปลกประหลาดมากถึง ๑๖ ข้อ ซึ่งพระองค์ทรงจำเรื่องที่ฝันได้ทั้งหมด เป็นเรื่องที่แปลกเพราะสำหรับคนทั่วไปจะจำความฝันของตนได้ไม่เกิน ๑ หรือ ๒ เรื่องเท่านั้น แต่นี่พระองค์จำได้ถึง ๑๖ เรื่อง แต่ละเรื่องพระองค์ก็จำได้อย่างแม่นยำ จากความฝันดังกล่าวสร้างความไม่สบายพระทัยแก่พระองค์เป็นอย่างมาก เพราะเกรงว่าจะเกิดภัยพิบัติแก่พระราชบัลลังก์และบ้านเมือง จึงให้โหรหลวงเข้าทำนายความฝัน โหรหลวงไม่อาจทำนายความฝันนั้นได้ แต่ครั้งจะทูลให้ทรงทราบตามความเป็นจริงก็เกรงจะเสียความนับถือ จึงพยากรณ์ส่งเดชว่าจะเกิดเหตุร้ายแก่พระราชาและพระราชบัลลังก์ ให้ทำการบูชายัญด้วยโค กระบือ ช้าง ม้า วัว ควาย และมนุษย์ชายหญิงอย่างละ ๗๐๐ ลำดับนั้นพระนางมัลลิกามเหสีได้กราบทูลคัดค้านการบูชายัญ และได้แนะนำให้พระเจ้าปเสนทิโกศลเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทรงพยากรณ์ความฝัน พระพุทธองค์ได้ทรงพยากรณ์ความฝันทั้งหมดตามลำดับดังนี้

๑. โคถึงวิ่งมาทำท่าจะชนกัน แต่ไม่ชน




โคถึงวิ่งมาทำท่าจะชนกัน แต่ไม่ชน


พระเจ้าปเสนทิโกศลสุบันนิมิตเห็น โคถึง ๔ ตัวมีสีเหมือนดอกอัญชัน มีพลังมากยิ่ง ส่งเสียงคำรามลั่น วิ่งมาจากทิศทั้ง ๔ หมายจะเข้าชนกันให้พินาศ ฝูงชนต่างรอดู แต่โคทั้ง ๔ กลับหันหลังถอยกลับไปคนละทาง

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้าในชั่วศาสนาของพระองค์ เมื่อโลกดำเนินไปถึงจุดเสื่อม มนุษย์ทั้งหลายไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม ประกอบกรรมทำชั่วตามอำนาจกิเลส โลภ โกรธ หลง จะเกิดภัยแล้ง และเกิดทุพภิกขภัย ภัยคือความอดอยากข้าวยากหมากแพงทุกหย่อมหญ้า เมื่อถึงฤดูฝน เมฆฝนจะตั้งเค้า มีเสียงฟ้าคำรามทั่วทุกทิศเหมือนฝนจะตก แต่ไม่ตก

๒. ต้นไม้เพิ่งงอกแต่ออกลูกเต็มต้น




ต้นไม้เพิ่งงอกแต่ออกลูกเต็มต้น


ข้อสอง สุบินนิมิตเห็น ต้นไม้เล็กๆ เพิ่งจะโต สูงเพียงคืบบ้าง ศอกบ้าง ก็ผลิดอกออกผลทั่วทุกแห่งหน

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า เมื่อโลกเสื่อมลง มนุษย์ นับวันจะมีกามราคะแรงกล้ามากขึ้น จะสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย และมีลูกก่อนวัยอันสมควรเหมือนกันไปทุกหนแห่ง ดังต้นไม้ที่เพิ่งเติบโตแค่คืบก็ออกดอกเต็มต้นฉะนั้น

๓. แม่โคขอดูดนมจากลูกโค




แม่โคขอดูดนมจากลูกโค


ข้อสาม สุบินนิมิตเห็น แม่โคพากันตามงอนง้อขอดูดนมจากลูกโคน้อย ซึ่งเห็นแล้วหดหู่ใจยิ่งนัก

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลต่อไปภายหน้า บุตรธิดา จะไม่รู้สำนึกในบุญคุณของบิดามารดา จะพากันละทิ้งพ่อแม่ที่แก่ชราโดยไม่ใยดี มารดาบิดาที่แก่ชราไม่มีเรียวแรงทำมาหากิน จึงต้องยอมอ้อนวอนขอให้ลูกสงสารและเลี้ยงดูตน บางครั้งต้องยอมประจบประแจงเอาใจสารพัด เป็นภาพที่น่าอดสูยิ่งนัก

๔. ใช้โครุ่นลากไถแทนโคใหญ่




ใช้โครุ่นลากไถแทนโคใหญ่


ข้อสี่ สุบินนิมิตเห็น ผู้คนนำโครุ่นที่ไม่มีกำลังและไม่รู้งานมาใช้ลากไถใช้งานแทนโคใหญ่ที่สมบูรณ์ที่มีกำลังและรู้งาน เมื่อโครุ่นมันลากเกวียนลากไถไม่ไหว ก็สลัดแอกทิ้งไปทำให้งานเสียหาย

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาลภายหน้า เมื่อผู้มีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม แทนที่จะเรียกหรือแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถให้ได้ทำงาน สร้างความเจริญให้กับบ้านเมือง กลับมอบหมายหน้าที่ ยศตำแหน่ง ให้บุคคลที่ยังหนุ่ม อ่อนประสบการณ์ให้ทำงานทำให้กิจการของบ้านเมืองเสียหาย ไม่เจริญก้าวหน้า เหมือนโครุ่นที่ไม่สามารถลากไถ และทิ้งหนีไป ทำให้งานเพาะปลูกเสียหายฉะนั้น

๕. ม้าสองปากกินหญ้าไม่รู้อิ่ม




ม้าสองปากกินหญ้าไม่รู้อิ่ม


ข้อห้า สุบินนิมิตเห็น ม้าตัวหนึ่งมีปากสองข้าง มีคนเอาหญ้ามาป้อนมัน มันก็เคี้ยวกินทั้งสองปาก กินเท่าไหร่มันก็ไม่รู้จักอิ่ม

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า เมื่อศีลธรรมเสื่อมลง บุลคลที่เป็นคนพาลจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ตัดสินคดีความ คนพาลนั้นจะเรียกเก็บสินบนจากคู่ความทั้งสองฝ่าย ฝ่ายไหนที่ให้มากกว่าก็จะตัดสินให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะ ฝ่ายไหนที่ให้น้อยก็จะตัดสินให้ผู้นั้นเป็นผ่ายแพ้ จะตัดสินคดีตามความชอบใจ ไม่คำนึงถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรม คำนึงแต่ประโยชน์ของตนและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า ๒ มาตรฐาน เหมือนม้าสองปากฉะนั้น

๖. คนเอาถาดทองไปรองให้จิ้งจอกนั่ง




คนเอาถาดทองไปรองให้จิ้งจอกนั่ง


ข้อหก สุบินนิมิตเห็น ผู้คนนำภาชนะทองคำราคาแพง ไปเชื้อเชิญให้สนักจิ้งจอกขึ้นนั่งและถ่ายปัสสาวะราด มองดูแล้วขัดนัยน์ตาน่าบัดสี ทั้งมีท่าทีเย่อหยิ่งจองหองเหมือนว่าตนเป็นใหญ่ยิ่งนัก

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลเบื้องหน้า คนดีมีสกุลหรือคนในระดับพระมหากษัตริย์จะสิ้นอำนาจวาสนา คนถ่อยด้อยสกุลจะได้เป็นใหญ่เป็นโตคับบ้านคับเมือง ทำให้คนดีต้องเป็นค่ารับใช้ ให้เขาย่ำยี่ บางครั้งต้องยกลูกสาวให้ ทำให้ตระกูลต้องเสื่อมเสีย

๗. สนักตัวเมียขโมยกัดเชือกใต้แคร่




สนักตัวเมียขโมยกัดเชือกใต้แคร่


ข้อเจ็ด สุบินนิมิตเห็น บุรุษคนหนึ่งนั่งฟั่นเชือกหนังอยู่บนแคร่ ปล่อยปลายเชือกข้างหนึ่งห้อยลงพื้น มีสุนักตัวเมียหิวโซตัวหนึ่งนอนอยู่ใต้แคร่ แอบขโมยกัดกินเชือกนั้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล เมื่อศีลธรรมเสื่อมถอย สตรีจะมีจิตใจโลเลเหลาะแหละ ลุ่มหลงในอบายมุข เอาแต่แต่งเนื้อแต่งตัวเที่ยวเตร็ดเตร่ แอบเอาทรัพย์ที่สามีหามาได้ด้วยความลำบากไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ปรนเปรอชายชู้ หาความสุขใส่ตัว โดยที่สามีไม่รู้ตัว เหมือนนางสุนัขหิวโซ แอบกัดกินเชือกใต้แคร่ฉะนั้น

๘. คนตักน้ำเทใส่ตุ่มที่เต็มแล้ว




คนตักน้ำเทใส่ตุ่มที่เต็มแล้ว


ข้อแปด สุบินนิมิตเห็น ชนจำนวนมากพากันตักน้ำเทใส่ตุ่มใบใหญ่ใบเดียว แม้จะมีน้ำเต็มจนล้นแล้วก็ยังเทใส่ ทั้งที่มีตุมใบเล็กๆ ว่างเปล่าตั้งอยู่รายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครสนใจจะเทน้ำใส่

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล เมื่อศีลธรรมเสื่อมลง คนพาลได้เป็นใหญ่เป็นโต มีอำนาจวาสนาเข้าบริหารบ้านเมืองก็จะทำการทุจริตคอรัปชั่น โกงกินบ้านเมือง กอบโกยเอาทรัพย์สินเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้อง ไม่สนใจประชาชนคนยากคนจน แถมไปกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศเข้ามาโกงกิน และโยนภาระให้กับประชาชนที่จนและมีหนี้สินอยู่แล้วให้จนและมีหนี้สินมากยิ่งขึ้น เข้าทำนองว่ารัฐบาลตุ่มใหญ่ ประชนชนตุ่มเล็ก

๙. สระขุ่นกลาง ใสขอบ




สระขุ่นกลาง ใสขอบ


ข้อเก้า สุบินนิมิตเห็น สระมีดอกบัวตูมบัวบานนานาชนิดขึ้นเต็มพื้นน้ำ มีท่าขึ้นลงโดยรอบ ที่แปลกก็คือ น้ำกลางสระที่ลึกกลับขุ่นข้น ส่วนบริเวณริมสระที่มีสัตว์เหยียบย่ำลงดื่มน้ำกลับใสสะอาด

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล เมื่อคนมีอำนาจในบ้านเมืองไม่ตั้งอยู่ในธรรมใช้อำนาจรีดนาทาเร้นกินสินบนมากเข้า ชาวบ้านชาวเมืองก็จะอพยพหนีไปอยู่ตามชายแดน หรือในถิ่นห่างไกลในต่างประเทศ รวมกลุ่มกันพัฒนาจนมีความเป็นอยู่ที่ดีเป็นปึกแผ่น

๑๐. ข้าวหุงหม้อเดียว แต่มีทั้งดิบและสุก




ข้าวหุงหม้อเดียว แต่มีทั้งดิบและสุก


ข้อสิบ สุบินนิมิตเห็น ข้าวที่หุงในหม้อเดียวกัน สุกไม่เท่ากัน บางส่วนสุก บางส่วนดิบ และบางส่วนเปียกแฉะ

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า เมื่อคนทั้งหลายไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม ละทิ้งขบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามกันมากขึ้น จะส่งผลให้ฝนฟ้าอากาศแปรปรวน บางที่น้ำท่วม บางที่แห้งแล้ง บางที่พอดี ส่งผลให้การเกษตรและพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ปลูกใว้ บางแห่งเสียหายเพราะภัยแห้งแล้ง บางแห่งเสียหายเพราะน้ำท่วม บางแห่งได้ผลดี เหมือนข้าวในหม้อที่สุกบ้าง ดิบบ้าง แฉะบ้าง ฉะนั้น

๑๑. คนแก่เอาจันทน์แลกกับเปรียงเน่า




คนแก่เอาจันทน์แลกกับเปรียงเน่า


ข้อสิบเอ็ด สุบินนิมิตเห็น คนแก่นำเอาแก่นจันทร์หอมที่มีราคาไปแลกกับเปรียงเน่า

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า พระภิกษุอลัชชีไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม มีความละโมบโลภมาก จะนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไปเทศน์เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ แทนที่จะสั่งสอนให้เขาพ้นจากทุกข์ คือเอาพระธรรมสิ่งที่มีค่าสูงไปแลกกับเงินทอง ชื่อเสียงลาภสักการะที่พระพุธเจ้าเปรียบเหมือนก้อนเขฬะ (น้ำลาย) ซึ่งเป็นของต่ำ นำพากิเลสตนให้พอกพูนและเป็นทุกข์ เหมือนเอาแก่นจันทน์ที่มีราคาไปแลกกับเปรียงเน่าฉะนั้น

เปรียง มี ๓ ความหมาย ๑) นมส้มผสมน้ำแล้วเจียวให้แตกมัน ๒) น้ำมันไขข้อของวัว ๓) เถาวัลย์ชนิดหนึ่ง
อลัชชี อ่านว่า อะ-ลัด-ชี แปลว่า ผู้ไม่มมียางอาย, หน้าด้าน, นอกรีด


๑๒. กะโหลกน้ำเต้าจมน้ำ




กะโหลกน้ำเต้าจมน้ำ


ข้อสิบสอง สุบินนิมิตเห็น กระโหลกน้ำเต้าที่ปกติจะลอยน้ำ อยู่ๆ กลับจมลงน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล เมื่อศีลธรรมเสื่อมในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม บุคคลผู้เป็นอันธพาลจักได้รับพระราชทานยศตำแหน่งให้เป็นใหญ่ในบ้านเมือง ถ้อยคำของเขาเหล่านั้นจักเป็นที่เชื่อถือ ไม่ว่าจะกล่าวอะไรในสภาหรือที่ประชุมก็จะได้รับการสนับสนุนเห็นดีเห็นงาม แม้ในหมู่สงฆ์ก็เช่นเดียวกัน คำพูดของคนชั่วทุศีลจะได้รับความเชื่อถือว่าจะสามารถนำไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ เปรียบเหมือนน้ำเต้าที่ไม่มีน้ำหนักแต่มีผู้ให้ความสำคัญ จนกลายเป็นมีน้ำหนักจนจมน้ำได้ ฉะนั้น

๑๓. หินลอยน้ำ




โคถึงวิ่งมาทำท่าจะชนกัน แต่ไม่ชน


ข้อสิบสาม สุบินนิมิตเห็น ก้อนศิลาแท่งทึบ ขนาดเท่าเรือนยอด ลอดน้ำได้เหมือนเรือ

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ผลแห่งความฝันนี้จักเกิดขึ้นในอนาคตกาลข้างหน้า ในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ทรงพระราชทานยศแก่คนไม่มีสกุล คนชั่วอันธพาล คนที่มีสกุลดี เป็นบัณฑิต เป็นคนดี จักตกยาก ไม่ได้รับความเคารพยำเกรง แม้ถ้อยคำที่กล่าวแสดงในสภาหรือนที่ประชุมก็จะขาดน้ำหนักไม่มีใครใส่ใจ และถูกเยาะเย้ยจากพวกคนพาล แม้ในหมู่พระสงฆ์ พวกภิกษุก็จะไม่ให้ความเคารพยำเกรงในพระภิกษุผู้ปฎิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้ท่านแนะนำสั่งสอนสิ่งใดก็ไม่เชื่อฟัง เปรียบเหมือนหินที่มีน้ำหนักแต่ไม่จมน้ำ คือไม่ได้รับความสำคัญ

๑๔. ฝูงเขียดน้อยกลืนกินงูเห่า




โคถึงวิ่งมาทำท่าจะชนกัน แต่ไม่ชน


ข้อสิบสี่ สุบินนิมิตเห็น ฝูงเขียดตัวเล็กๆ เท่าดอกมะซาง วิ่งไล่กวดงูเห่าขนาดใหญ่ กัดเนื้อขาดเหมือนตัดก้านบัวแล้วกินเป็นอาหาร

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสือมสุด มนุษย์ทั้งหลายจะมีราคจริตแรงกล้า บุรุษที่มีอายุมากจะตกอยู่ในอำนาจของภรรยาเด็ก ทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่มีอยู่จะถูกครอบครองถือสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวทั้งหมด เมื่อสามีสอบถามรายรับรายจ่ายก็จะถูกด่า พูดจาเสียดสี ข่มใว้ในอำนาจดังทาสและคนใช้ ว่ากันตรงๆ ก็คือ เมียจะทำตัวเป็นช้างเท่าหน้าเหยียบสามีใว้ใต้เท้านั้นแล เหมือนเขียดที่ขย้ำงูที่เก่งกล้าเป็นอาหาร ฉะนั้น

๑๕. ฝูงหงส์ลดตัวลงเป็นบริวารกา




โคถึงวิ่งมาทำท่าจะชนกัน แต่ไม่ชน


ข้อสิบห้า สุบินนิมิตเห็น ฝูงหงส์ทองพากันเข้าไปแวดล้อมกา และติดตามกาเที่ยวหากินตามบ้านเรือนต่างๆ

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในอนาคตกาล ในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม และไม่มีความรอบรู้ในการปกครองบริหารบ้านเมือง พระองค์จะไม่แต่งตั้งบุลคลที่มีเชื้อชาติเสมอกับพระองค์ ด้วยเห็นว่าจะเป็นภัยต่อราชบัลลังก์ จักทรงแต่งตั้งคนที่มีตระกูลต่ำศักดิ์ที่คอยประจบประแจงให้เป็นใหญ่ เมื่อเป็นดังนี้บุคคลที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ก็ไม่สามารถเลี้ยงตัวได้ จึงจำยอมพากันเข้าปรนนิบัติประจบประแจงพวกสกุลต่ำแต่มียศเหล่านั้น จึงเป็นเหมือนฝูงหงส์แวดล้อมกา ฉะนั้น

๑๖. แกะไล่กัดเสือ




โคถึงวิ่งมาทำท่าจะชนกัน แต่ไม่ชน


ข้อสิบหก สุบินนิมิตเห็น ฝูงแกะพากันไล่กวดฝูงเสือเหลืองและกัดกินอย่างหิวโหย บรรดาเสืออื่น มีเสือดาว เมือโคร่ง เห็นฝูงแกะอยู่ห่างๆ ก็สะดุ้งหวาดกลัวถึงความสยดสยองพากันวิ่งหนีเข้าป่าไป

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ในกาลภายหน้า ในสมัยของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ผู้พวกที่เป็นคนพาลไม่มีสกุลจักกลายเป็นราชวัลลภ (คนโปรด) และได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่เป็นโต คนมีสกุลจะอับเฉา ราชวัลลภเหล่านั้นเมื่อได้เป็นใหญ่เป็นโตแล้วก็พากันรุกเอาที่ดินเรือกสวนไร่นา ตลอดถึงทรัพย์สินของคนสกุลสูงเหล่านั้น เมื่อไม่ยินยอมก็ใช้อำนาจทางกฏหมายที่ตนมีอยู่เข้าลงโทษให้ต้องติดคุก ต้องโทษประการ พวกสกุลสูงอื่นเมื่อเห็นดังนี้ก็พากันหลีกหนีหลบเลี่ยงไม่กล้ามีเรื่องกับราชวัลลภเหล่านั้น เหมือนกันเสือเหลือไม่กล้าต่อกรกับแกะ ฉะนั้น


ตำราพรหมชาติ ฉบับกฎแห่งกรรม

ขอบคุณรูปภาพจาก budhaprediction.blogspot.com และ teen.mthai.com